อาสาสมัครกับศูนย์อนุบาลสัตว์ป่า เขาลูกช้าง ครั้งที่ 2

เสียงโห่ร้องของชะนีดังขึ้นเมื่อผมมาถึง  เสียงที่พวกเขาร้องเพลงทุกวันในยามเช้านั้นยากที่จะลืมเลือน  เสียงร้องประสานเหล่านี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ “ศูนย์อนุบาลสัตว์ป่า เขาลูกช้าง”  เพลงที่พวกเขาร้องต้อนรับทำให้ผมรู้สึกดีที่ได้กลับมาที่นี่อีกครั้งแต่แล้วผมก็ได้ยินอีกเสียงร้องที่แปลกไปซึ่งฟังดูคล้ายกับเสียงของชะนีที่ออกมาจากส่วนลึกของลำคอ  ผมจำเสียงนี้ไม่ได้จริงๆ  แคโรลีนหนึ่งในอาสาสมัครได้แนะนำให้ผมรู้จักกับเจ้าของเสียง “เซียมัง” สมาชิกใหม่ซึ่งเป็นชะนีสีดำสง่า  สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจคือถุงที่ลำคอของเธอซึ่งจะพองออกเมื่อเธอส่งเสียงร้องด้วยเหตุนี้จึงทำให้เธอมีเสียงที่ก้องกังวานและดังมาก  ในชีวิตนี้ผมไม่เคยเห็นเซียมังมาก่อนใจหนึ่งผมรู้สึกดีที่ได้เห็นชะนีตัวนี้มีความเป็นอยู่และได้รับการดูแลที่ดีแต่ผมก็รู้สึกเสียใจลึกๆ ที่สัตว์ชนิดนี้ต้องถูกนำมาขังไว้แทนที่จะได้มีชีวิตอย่างอิสระเสรีในป่าตามธรรมชาติของมัน
ผมรู้สึกนับถือ “เอ็ดวิน” ผู้ก่อตั้งศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าแห่งนี้เป็นอย่างมาก  งานที่เขาทำช่างวิเศษและยอดเยี่ยมจนทำให้ที่นี่เจริญก้าวหน้ามาก  เรื่องราวการช่วยเหลือสัตว์ป่าของที่นี่แพร่กระจายไปทั่วประเทศไทยซึ่งเป็นสาเหตุให้สัตว์จำนวนมากถูกนำมาที่นี่  นอกจากนี้ยังทำให้ช่างก่อสร้างแถวนี้ก็มีงานทำตลอดเวลาเนี่องจากต้องสร้างกรงสำหรับสัตว์เหล่านี้   ศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าใหญ่โตขึ้นจากครั้งที่ผมมาเมื่อปีที่แล้วมากมีกรงหมีขนาดใหญ่เกิดขึ้นซึ่งอาสาสมัครพากันเรียกว่ากรง “ลูกหมี” (Baby Bears) เนื่องจากมีลูกหมีเก้าตัวอาศัยอยู่ในกรงนี้  ลูกหมีเหล่านี้น่ารักมากแต่เมื่อมองที่เท้าซึ่งมีเล็บขนาดใหญ่แล้วทำให้พวกเขาดูน่ากลัวขึ้นมามากกว่าที่จะน่ากอด  ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนบางคนคิดที่จะเลี้ยงสัตว์ที่น่ากลัวแบบนี้ไว้เป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านได้
วันหนึ่งเอ็ดวินได้เดินทางไปยังจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือของประเทศไทยเพื่อช่วยลูกหมีควายซึ่งต้องอยู่ในกรงขนาดเล็กมาเกือบ 2 ปีซึ่งเป็นเวลาเกือบทั้งชีวิตของเธอดังนั้นครั้งแรกที่เธอถูกปล่อยเข้าในกรงขนาดใหญ่จึงมีท่าทางตื่นเต้นมาก  มีความสนใจอยากรู้อยากเห็นกับสระน้ำเป็นพิเศษเนื่องจากเธอไม่เคยเห็นมาก่อน  ลูกหมีค่อยๆ หย่อนเท้าลงน้ำอย่างระมัดระวังเพื่อสำรวจดูว่ามันคืออะไร  เธอใช้ขาแกว่งน้ำและทำเช่นนี้อยู่นานกว่าที่เธอจะกล้านั่งลงไปในน้ำ  โดยทั่วไปแล้วหมีเป็นสัตว์ที่ชอบเล่นสนุกในสระน้ำและสระเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาดอยู่เสมอซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในงานที่อาสาสมัครชื่นชอบ  ลูกหมีตัวนี้ถูกเรียกว่า “ชูวี่” เนื่องจากมีโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อคล้ายกันนี้รับอุปการะเธอไว้   เธอได้อยู่รวมในกลุ่มหมีเด็กและมีความสุขมาก
อาสาสมัครใช้เวลาส่วนใหญ่ในการให้อาหาร, เติมน้ำและทำความสะอาดกรงสัตว์  การเตรียมผักผลไม้และนำไปแจกจ่ายให้ไพรเมตจำนวนมากกว่า 180 ตัวซึ่งได้แก่ ชะนี(ส่วนใหญ่เป็นชะนีมือขาว ส่วนเซียมัง, ชะนีแก้มขาว, ชะนีมงกุฎ มีเพียงอย่างละ 1-2 ตัว) และลิง(มีทั้งลิงกัง, ลิงแสม, ลิงเสน, ลิงอ้ายเงี๊ยะ และค่างแว่น) ต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก  สำหรับสัตว์กินเนื้อคือเสือ, นาก, จระเข้, อีเห็น และหมีขอจะได้รับอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์  นอกจากนี้อาสาสมัครยังต้องทำความสะอาดกรงและทำของเล่นในกรงให้สัตว์อีกด้วย  

ขณะที่ผมอยู่ที่นี่ทางศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าได้ปล่อยชะนีกลุ่มหนึ่งซึ่งเคยอยู่ในบาร์ก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือมาขึ้นไปอยู่บนเกาะกลางและที่เกาะนี้พวกเขาจะสามารถห้อยโหนบนต้นไม้ได้อย่างอิสระ  ทั้งสองครั้งที่ผมมาที่นี่ผมเลือกเป็นอาสาสมัครโครงการช่วยเหลือช้าง  ผมคิดว่ามันเป็นโอกาสพิเศษที่ได้ทำงานร่วมกับสัตว์ขนาดใหญ่ทั้งสี่ตัวได้แก่ แก้วตา, เตี้ย, น้องโบ และน้ำฝน ซึ่งแต่ละตัวมีลักษณะที่ต่างกันออกไป  เริ่มจากแก้วตาที่มีนิสัยค่อนข้างเผด็จการ ส่วนน้ำฝนสงบเรียบร้อย น้องโบเป็นช้างขี้เล่นและซุกซน ในขณะที่เตี้ยเชื่อฟังว่าง่าย  ควาญช้างสามารถบอกให้ช้างพวกนี้ทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างง่ายดายซึ่งผมคิดว่านี่อาจเป็นความสัมพันธ์พิเศษระหว่างช้างและเจ้าของ  ในสมัยก่อนประเทศไทยใช้ช้างทำงานแต่ปัจจุบันช้างส่วนใหญ่ถูกใช้ในธุรกิจการท่องเที่ยวหรือเดินเร่ขายอาหารตามท้องถนนในกรุงเทพและเชียงใหม่  ช้างจำนวนมากได้รับการดูแลที่ไม่ดีแต่สำหรับช้างสี่ตัวนี้โชคดีเนื่องจากพวกเขาได้ปลดเกียณเร็วกว่าช้างตัวอื่นและมีความสุขในช่วงปลายชีวิตที่นี่

ช้างเป็นสัตว์ใหญ่จึงต้องการอาหารมาก  ควาญช้างและอาสาสมัครต้องช่วยกันออกหาอาหารจากไร่ของชาวบ้านซึ่งอาจต้องถอนต้นสับปะรดหรือตัดต้นกล้วยแล้วขนใส่รถกระบะเพื่อนำกลับมาให้ช้าง  นอกจากอาหารเหล่านี้แล้วช้างยังได้กินกล้วย, แตงโม, อ้อย, มะม่วง, และผลไม้ตามฤดูกาลอีกด้วย  ช่วงกลางวันพวกเขาจะอยู่ตามร่มไม้เพื่อหลบแสงแดดและได้อาบน้ำและลงเล่นน้ำในสระทุกวัน  การว่ายน้ำกับช้างเป็นสิ่งหนึ่งที่คุณควรจดไว้ในบันทึก ”สิ่งต่างๆ ที่อยากทำก่อนจากโลกนี้ไป”  มันเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายถึงความสนุกสนานในขณะที่คุณต้องขัดตัวให้กับช้างที่กำลังกระโดดโลดเต้นอยู่ในสระ  มันอาจคล้ายกับโรลเลอร์โคสเตอร์ใต้น้ำซึ่งคุณต้องลองพิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง  “น้องโบ” คือช้างที่ชอบว่ายน้ำเป็นอย่างมากมากเวลาที่เธอทำให้น้ำสาดกระเซ็นไปทั่วสระและอาบน้ำอย่างสนุกสนานนั้นทำให้ผมรู้สึกขบขันยิ่งนัก

ช่วงเย็นเมื่อเสร็จจากงานพวกเราสามารถทำกิจกรรมอะไรก็ได้  อาสาสมัครที่นี่มาจากทั่วโลกต่างชาติ ต่างภาษา ภูมิหลัง และอายุแตกต่างกันดังนั้นจึงมีคนแปลกใหม่เข้ามาพูดคุยกับผมอยู่เสมอ  ทั้งสองครั้งที่ผมมาที่นี่ผมได้พบกับ “โรนัล” ชายวัยเกษียณชาวฮอนแลนด์เขารักการดูแลสัตว์ที่นี่  เขาจะมาเป็นอาสาสมัครช่วงเดือนมกราคมเพื่อหลบหนีอากาศที่หนาวเย็นในฮอนแลนด์  เขาบอกว่าเขาจะกลับมาใหม่ในปีหน้าซึ่งมันจะเป็นครั้งที่สี่แล้ว  สำหรับอาสาสมัครคนอื่นที่ผมพบและจำได้คือ อีวา ชาวบาเซโลน่า, ไดอาน่า ชาวอังกฤษ,  เลีย ชาวอิสราเอล, นอกจากนี้ยังมีเคทและซิมเพื่อมร่วมทีมขุดหลุมขนาดใหญ่ในคอกช้างกับผมอีกด้วย
หากโลกใบนี้สมบูรณ์แบบเราคงไม่จำเป็นต้องมีศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าแห่งนี้หรือแห่งใดในโลก  การค้าสัตว์ป่าเป็นเรื่องผิดกฎหมายทุกคนรู้ว่ามันไม่ถูกต้องแต่มันก็เกิดขึ้นบนโลกใบนี้เพราะมันสามารถทำเงินก้อนโตให้กับมนุษย์ได้  ในอนาคตการค้าสัตว์ป่าเหล่านี้คงดำเนินต่อไปหากมนุษย์ยังคงนิยมซื้อสัตว์เหล่านี้มาเป็นสัตว์เลี้ยงอยู่  ในชีวิตประจำวันผมคงไม่สามารถปกป้องช่วยเหลือสัตว์เหล่านี้ได้มากนักแต่หากมีโอกาสผมจะกลับมาเมืองไทยอีกครั้งเพื่อช่วยดูแลสัตว์ป่าที่ตกเป็นเหยื่อเหล่านี้  ศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าเขาลูกช้างนี้อาจเป็นสถานที่ที่ดูแปลกประหลาดแต่ผมก็รักสถานที่แห่งนี้  ทำงานดีๆ แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ นะ…เอ็ดวิน