skip to Main Content

เหยื่ออีกรายของธุรกิจค้าสัตว์ป่า

เมื่อวานนี้เราได้รับการติดต่อจากทีมงาน Fishing Cat Research and Conservation Project ว่ามีนางอายถูก "ดักจับจากป่า" เพื่อเตรียมส่งขายเป็นสัตว์เลี้ยง ทางทีมงานฯจึงได้เจรจาขอช่วยนางอาย จากนั้นอีกสองสัปดาห์จึงติดต่อมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าให้รับดูแลต่อ นางอายได้รับการขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ป่าที่มีแนวโน้วจะสูญพันธุ์ ซึ่งจัดอันดับโดย IUCN คาดว่าในอนาคตประชากรจะลดลงอีก 30 % สาเหตุหลักคือสูญเสียป่าที่เป็นแหล่งอาศัย ป่าถูกเปลี่ยนเป็นไร่สวนเลื่อนลอย ต้นไม้ถูกตัด การบุกรุกและตั้งรกรากของชุมชน การก่อสร้างทางคมนาคม การสร้างเขื่อน สายไฟฟ้าชนบท หรือการเผาป่า ล้วนทำให้สูญเสียป่าซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของนางอายทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังถูกล่าอย่างหนัก เพื่อนำไปเป็นอาหารหรือยาโบราณ และสัตว์เลี้ยง โชคยังดีที่นางอายตัวนี้ได้รับการช่วยเหลือไว้ได้ทันก่อนที่จะถูกขายทอดตลาด และตอนนี้อยู่ในความดูแลของมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าแล้ว เราจะรอให้ฤดูแล้งผ่านพ้นไปก่อนจึงจะส่งเขาคืนสู่ป่าธรรมชาติได้ หากนางอายตัวนี้เกิดโชคร้ายหลุดออกสู่ตลาดได้ นั่นจะทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล ต้องอยู่ในกรงแคบๆและถูกเลี้ยงดูโดยมนุษย์ หมดอิสระภาพไปจนชั่วชีวิต การซื้อสัตว์ป่าเพราะเห็นว่าสงสารไม่ใช่ทางแก้ปัญหาแต่มันคือการสนับสนุนการค้าสัตว์ป่าต่างหาก สัตว์ป่าไม่ใช่สัตว์เลี้ยง เขาควรจะได้อยู่ในโลกอันกว้างใหญ่ของเขา…

Read More

หยุด! ฆ่าสัตว์ป่าเพื่อการท่องเที่ยว

เรียน พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี หยุดฆ่า ! และหาผลประโยชน์จากสัตว์ป่าเพื่อการท่องเที่ยว เรียนท่านนายกรัฐมาตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเวลามากกว่า20ปีแล้วที่เราได้พยายามเก็บข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายในการล่าสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าหายากเพื่อเอาไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ ทุกวันจะมีผู้กระทำผิดนำสัตว์ป่าคุ้มครองเหล่านั้นเช่น นางอาย ลูกชะนี ลูกลิง ออกมาหาประโยชน์โดยการนำมาถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ต่างๆ เช่น ภูเก็ต เกาะสมุย กระบี่ พัทยา หรือแม้แต่ ตามตลาดน้ำและแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆทั่วประเทศ  ซึ่งลูกสัตว์ป่าเหล่านั้น ล้วนได้มาหลังจากการล่าและฆ่าพ่อแม่ของมัน  ถึงจะนำมาฝึกเพื่อให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปได้  ที่เลวร้ายคือ สัตว์ป่าที่นำมาให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปต้องโดนยานอนหลับเพื่อให้เซื่องซึม ไม่ดื้อ และสามารถให้นักท่องเที่ยวอุ้มได้ง่าย การล่า การค้าและการครอบครองสัตว์ป่า เป็นสิ่งผิดกฎหมายตามกฎหมายไทย แต่ผู้มีอำนาจหน้าที่บังคับใช้กฎหมายกลับเพิกเฉย ปิดหูปิดตา ไม่สนใจ หรือเพราะเกรงกลัวอิทธิพลของมาเฟียในพื้นที่ หรือไม่ก็อาจมีผลประโยชน์ร่วมกัน   จึงทำให้ยอดจำนวนของสัตว์ป่าคุ้มครองที่ถูกใช้ในการหาประโยชน์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว…

Read More

นางอายพิกมี่ สัตว์ในบัญชีไซเตสหมายเลข 1

  นางอายอีกแล้ว แต่คราวนี้เป็นนางอายสายพันธุ์พิกมี่ (Nycticebus pygmaeus) ชื่อว่า มัมมี่ เจ้าของเดิมซื้อมัมมี่มาจากตลาดจตุจักรตอนยังตัวเล็กๆเมื่อสี่ปีที่แล้ว จากนั้นมัมมี่ก็อยู่ในกรงเล็กแคบๆตลอด ไม่มีกิ่งก้านให้ปีนป่าย แต่ตอนนี้มัมมี่อยู่กับเราแล้ว เราจะให้มัมมี่ฝึกปีนกับกิ่งไม้ที่เราตัดให้ก่อน จากนั้นก็จะย้ายมัมมี่อยู่ในบ้านที่ใหญ่กว่านี้ คุณทราบหรือไม่ว่า นางอายพิกมี่เป็นสัตว์ป่าที่ค่อยข้างพบได้น้อยแล้วตามธรรมชาติและไม่พบในประเทศไทย IUCN จัดอันดับให้นางอายพิกมี่อยู่ในสิ่งมีชีวิตมีแนวโน้มจะสูญพันธุ์ และไซเตสยังจัดให้อยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ซึ่งว่าด้วยชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามจนอาจสูญพันธุ์ การค้าขายจะได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษเท่านั้น เท่ากับว่าการค้าขายนางอายพิกมี่เป็นการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ เป้าหมายคือกลุ่มคนรวยในประเทศไทย และแหล่งใหญ่อยู่ที่ตลาดจตุจักรในกรุงเทพนี่เอง คำถามคือ ทำไมประเทศไทยถึงมีการซื้อขายสัตว์ป่าได้ง่ายๆเช่นนี้ และเมื่อไหร่คนถึงจะหยุดสนับสนุนการค้าสัตว์ป่าเสียที

Read More

ดำ ลูกเลียงผา สมาชิกใหม่ของเรา

  เมื่อไม่กี่วันที่แล้ว ทางเราได้รับแจ้งว่ามีลูกเลียงผา อายุประมาณ 4 เดือน ซึ่งถูกเลี้ยงไว้ในบ้านของชาวบ้านคนหนึ่ง ซึ่งแม่ของมันคงถูกฆ่าเพื่อเป็นอาหารไปแล้ว ทางเราจึงส่งทีมออกช่วยเหลือทันที "ดำ"ยังอยู่ในช่วงปรับตัว และก็ทำได้ดีเลยทีเดียว ตอนนี้อยู่ในคอกที่กว้างขวาง มีสระน้ำ มีเนินดินให้วิ่งเล่น มีที่นอนที่แสนจะอบอุ่น ในอนาคตเราหวังว่าดำจะเป็นเพื่อนกับบรูโน่และอยู่ด้วยกันได้ เลียงผา (Capricornis sumatraensis) เป็นหนึ่งในสัตว์สงวน 15 ชนิดของไทย ซึ่งเหลือน้อยในธรรมชาติแล้วเพราะถูกล่าและถิ่นที่อยู่ที่เป็นภูเขาหินโดนบุกรุก คนส่วนใหญ่มักมีความเชื่อว่าเลียงผามีน้ำมันวิเศษที่ช่วยสมานแผลและอาการปวดกระดูกหรือโรคไขข้อกระดูกได้ อีกทั้งส่วนอื่นๆของเลียงผา ก็มีราคาแพงมาก จึงเป็นเหตุให้เลียงผาถูกล่าสูง จนมีสถานภาพน่าเป็นห่วงเช่นนี้  

Read More

ตัวนิ่มของกลางถูกปล่อยคืนสู่ป่าแล้ว

  หลังจากการพักฟื้น 1 สัปดาห์ ตัวนิ่มทั้ง 48 ตัวก็ถูกปล่อยคืนสู่ป่าแล้วเมื่อคืนวานนี้ ครั้งนี้มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าและศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าลาวได้ร่วมปฏิบัติภารกิจกับรัฐบาลลาวค่ะ   ย้อนไปเมื่อ 1 สัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและตำรวจลาว ได้จับกุมคนไทยผู้ลักลอบขนตัวนิ่มเข้าส.ป.ป.ลาว 81 ตัวแต่ละตัวผ่ายผอม อ่อนแรง ขาดน้ำและอาหาร ทีมช่วยเหลือสัตว์ป่าของเราจึงยินดีที่จะช่วยดูแลตัวนิ่มทั้งหมด ตอนนี้มีตัวนิ่มที่แข็งแรงพอที่จะกลับสู่ป่าได้ 48 ตัว แต่มี 17 ตัวอาการอ่อนแอจนต้องจบชีวิตไป และที่เหลือยังอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์ค่ะ   ตัวนิ่มเป็นสัตว์ป่าที่ดูแลยากมาก และมักรอดชีวิตจากกระบวนการค้าสัตว์ป่าเช่นนี้เพียง 20 % เท่านั้น แต่ครั้งนี้นับว่าโชคดีที่รอดชีวิตมากเกินคาด ตัวนิ่มทั้ง 81 ตัวนี้ถูกลักลอบจากเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อที่จะส่งไปยังประเทศจีน สนองความต้องการคนรวยที่ชอบกินสัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ เกล็ดของตัวนิ่มชาวจีนก็เชื่อว่าเป็นยาดี…

Read More

ตำรวจและศูนย์ฯลาวช่วยเหลือตัวนิ่มที่ถูกล่า 81 ตัว

  วันที่ 31 พฤศจิกายน 2558 ตำรวจของสาธารณรัฐประชาชนลาวและตำรวจชายแดนไทยได้ยึดสัตว์ป่าของกลางเป็นตัวนิ่มหรือตัวลิ่นได้ที่ชายแดนไทย-ลาวถึง จำนวน 81 ตัว จากนั้นจึงได้ย้ายของกลางเพื่อมารักษาและดูแลที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าลาว ตัวนิ่มที่ถูกยึดได้มีสภาพอ่อนแรงและขาดสารอาหาร เนื่องจากถูกมัดรวมกันอยู่ในถุงมาหลายวัน น่าเศร้าที่มีตัวหนึ่งตายไประหว่างเคลื่อนย้าย การประเมินสุขภาพตัวนิ่มที่มีจำนวนมากขนาดนี้เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่ขณะนี้ทั้งทีมสัตวแพทย์จากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าลาวและของมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าต่างกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อช่วยให้ตัวนิ่มมีชีวิตรอดมากที่สุด ตัวนิ่มทั้ง 81 ตัว ถูกล่ามาจากเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ข่นส่งผ่านมาเลเซียและประเทศไทยไปยังลาว เพื่อนำไปขายต่อจีนและเวียดนาม ผู้ต้องหาที่อยู่เบื้องหลังยังอาชญากรรมครั้งนี้คงลอยนวน เราต่างหวังว่ากฎหมายจะสามารถเอาผิดคนเหล่านี้ให้สาสมกับที่สิ่งที่เขาทำ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการสงวนทรัพยากรธรรมชาติ หรือ IUCN ได้จัดอันดับตัวนิ่มพันธุ์ใต้หรือนิ่มพันธุ์ชวาให้เป็นสิ่งมีชีวิตที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติขั้นวิกฤต และ CITES ได้จัดให้อยู่ในบัญชีหมายเลข 2 เนื่องจากมีการล่าเพื่อเอาเนื้อและเกล็ดจำนวนมาก ทำให้จำนวนประชาการลดลงอย่างต่อเนื่อง ตัวนิ่มชวาเป็นสัตว์ที่มีการกระจายตัวกว้าง ในแถบทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สาธารณรัฐประชาชนลาวได้จัดให้ตัวนิ่มชวาเป็นสัตว์ป่าที่ห้ามล่าเนื่องจากใกล้สูญพันธุ์ในธธรมชาติและเป็นสัตว์ป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ นักวิจัยของ IUCN กล่าวว่า…

Read More

ร่วมระดมทุนเพื่อปรับปรุงกรงเสือของกลาง

  เมื่อเร็วๆนี้ มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าได้เข้าเยี่ยมศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าของกรมอุทยานฯ เพื่อพูดคุยว่าทางมูลนิธิจะสนับสนุนอะไรได้บ้าง กรงเสือโคร่งที่เราเห็นนี้ถูกสร้างมาเพื่อรองรับเสือที่เป็นของกลางกว่า 100 ตัว เสือโคร่งบางตัวได้อยู่ในกรงแคบๆและมีสวัสดิภาพไม่ดีด้วย เราจึงอยากจะหากองทุนและช่วยปรับปรุงพื้นที่เพื่อรองรับเสือของกลางที่จะเพิ่มมาอีกเรื่อยๆ เราหวังว่าจะช่วยกรมอุทยานฯพัฒนาพื้นที่ให้แก่เสือโคร่งเหล่านี้ได้ เราต่อต้านการผสมพันธุ์เสือโคร่งเพื่อการค้าและไม่สนับสนุนการนำสัตว์ป่ามาหารายได้ด้วย ซึ่งประเทศไทยได้ร่วมลงนามกับ ไซเตส (อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์) ดังนั้นเราต้องไม่ปฎิบัติสิ่งที่ขัดต่อไซเตส ซึ่งกล่าวไว้ดังนี้ ข้อตกลงภาคี โดยเฉพาะชนิดพันธุ์บัญชีหมายเลข 1 วงศ์แมวป่า ข้อที่ 14.69 การผสมพันธุ์เสือในเชิงพาณิชย์ควรจำกัดเฉพาะเพื่ออนุรักษ์เสือในธรรมชาติ ไม่ควรผสมพันธุ์เสือเพื่อการค้า ข้อที่ 16.68 ได้รับการสนับสนุน (ก) สนับสนุนการดำเนินงานตามข้อตกลงข้อที่ 16.70 ให้สำนักเลขาธิการสามารถร่างรายงายผลการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาการอุนรักษ์และการลักลอบค้าเสือโคร่งรวมทั้งสัตว์ป่าในวงศ์แมวป่า (ข) จัดเตรียมข้อมูลสถานการณ์การลักลอบค้าสัตว์ป่าในวงศ์แมวป่า เพื่อนำมาพิจารณาร่างกฏหมายบังคับใช้    

Read More

เตรียมการครั้งสุดท้ายก่อนย้าย 14 อุรังอุตังกลับอินโดนีเซีย

  หลังการพยายามให้ลิงอุรังอุตังทั้ง 14 ตัวได้กลับอินโดนีเซีย ในที่สุดพวกเราก็ทำสำเร็จ มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าและคุณเอ็ดวิน วีค ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ ได้ทำงานอย่างหนักมาตลอดปีเพื่อให้เรื่องนี้สำเร็จ และเรายังคงมีเป้าหมายที่จะนำตัวผู้ทำผิดมาดำเนินคดีด้วย ตอนนี้เรากำลังปรับปรุงกรงสำหรับลิงอุรังอุตังซึ่งจะเคลื่อนย้ายกลับอินโดนีเซียในอีกไม่กี่อาทิตย์ที่จะถึงนี้  กรงจะต้องมีความแข็งแรงและทนทานต่อแรงของลิงอุรังอุตังได้  

Read More

สงครามเพื่อความยุติธรรมได้เริ่มขึ้นแล้ว !

หยุดการหารายได้จากสัตว์ป่า เมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม คุณเอ็ดวิน วีค ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าได้พูดคุยกับอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชในงานทำลายงาช้าง ขอให้ดำเนินคดีกับผู้นำสัตว์ป่ามาให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปที่ชายหาดตามแหล่งท่องเที่ยว หลังจากนั้นวันที่ 29 สิงหาคม หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุ่งทะเลได้ตรวจสอบที่เกาะพีพีแล้วพบนายอนันต์ หน้าดี และนายบัญชา ส่งไข่ กำลังนำชะนีมาถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว จึงจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองและดำเนินคดี ส่วนชะนีที่ยึดได้ทางสถานีเพาะเลี้ยงจะเป็นผู้ดูแลต่อไป เราต้องขอขอบคุณ คุณนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่เร่งการจับกุมในครั้งนี้

Read More
Back To Top