เราได้รับแจ้งให้เดินทางไปรับตัว “โบวี่” ลูกหมีหมา(Helarctos malayanus) ซึ่งถูกล่าออกมาจากป่าอีกแล้ว เมื่อทีมกูภัยสัตว์ป่าไปถึงพบว่าโบวี่ถูกยัดอยู่ในกรงแคบๆซึ่งแทบจะเคลื่อนไหวไม่ได้เลย มิหนำซ้ำยังมีเชือกพันรอบคอไว้ไม่ให้ดิ้นไปไหน
IUCN จัดให้ หมีหมา หรือ หมีคน อยู่ในอันดับสัตว์ที่มีแนวโน้มจะสูญพันธุ์ สาเหตุสำคัญมาจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่อันอุดมสมบูรณ์และการถูกล่าอย่างหนัก เพื่อนำชิ้นส่วนอวัยวะต่างไปเป็นอาหารหรือยาโบราณตามความเชื่อ ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีผู้นิยมเลี้ยงหมีหมาเป็นสัตว์เลี้ยงแล้ว ภายใน 20 ปี ประชากรของหมีหมาลดจำนวนลงถึง 50 %
ในประเทศพม่า ไทย ลาว กัมพูชาและเวียดนาม มีการระบาดล่าหมีอย่างหนักเพื่อนำถุงน้ำดีและอุ้งตีนหมีส่งออกตามใบสั่งจากประเทศจีน ซึ่งมีความเชื่อว่าน้ำดีของหมีเป็นยาวิเศษสามารถบำรุงกำลังได้ดีนัก คุณทราบหรือไม่ในกระบวนการนำน้ำดีออกจากตัวหมีต้องทำในขณะที่หมียังมีชีวิตอยู่ และเมื่อน้ำดีในตัวหมีหมด หมีก็จะถูกพักฟื้นจนกว่าร่างกายจะสร้างน้ำดีเพิ่มใหม่แล้วจึงรีดน้ำดีออกมาอีกครั้ง และจะวนเวียนเช่นนี้จนกว่าหมีจะจบชีวิตลง นอกจากนี้อุ้งตีนหมีก็ยังกลายเป็นสุดยอดอาหารบำรุงสมรรถภาพทางเพศอีกด้วย ประเทศเวียดนามถึงขั้นล่าหมีในป่าแล้วนำมาเพาะพันธุ์ในฟาร์มเพื่อส่งออกชิ้นส่วนตามความต้องการของผู้บริโภคอีกด้วย กลายเป็นธุรกิจอันน่าสยดสยอง
โชคดีในความโชคร้ายของโบวี่ ลูกหมีถูกพามาที่โรงพยาบาลมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าและอยู่ภายใต้การดูแลของทีมสัตวแพทย์ โบวี่ยังเด็กอยู่มาก อายุเพียง 4-5 เดือน ซึ่งยังคงต้องการนมและการดูแลจากแม่หมีเป็นพิเศษ ทุกวันทีมสัตวแพทย์จะพาโบวี่เดินออกกำลังกายและฝึกปีนต้นไม้เพื่อให้เธอไม่ลืมสัญชาตญาณของตัวเอง เมื่อโบวี่โตขึ้นเราจะให้โบวี่ปรับตัวอยู่กับหมีหมาตัวอื่นในสนามขนาดใหญ่และมีรังนอนส่วนตัว เราเชื่อว่าโบวี่จะเติบโตเป็นหมีที่มีสุขภาพดีทั้งจิตใจและร่างกาย